คำว่า หุนหยวน เรียกอีกอย่างว่า ฮุ่นหยวน ซึ่ง เป็นชื่อเรียกของภาวะก่อนช่วงเวลาที่ฟ้าดินจะแยกออกจากกันตามความเชื่อของ จีน และเป็นต้นกำเนิดของหยวนชี่ ยังไม่มีการแบ่งแยกหยินหยาง, ฟ้าดิน, มืดสว่าง ในทางวิทยายุทธ์ได้รับเอาคำว่าฮุ่นหยวนมาใช้ โดยอิงหลักแนวคิดที่ว่า ” ฟ้าดินรวมหนึ่ง แปรเปลี่ยนไร้ขอบเขต ” ดังนั้นท่าหุนหยวนจวงจึงมีความต่อเนื่องจากท่าอู๋จี๋จวง ถ้าอู๋จี๋คือภาวะความว่างเปล่าไร้สรรพสิ่ง หุนหยวนก็คือภาวะสรรพสิ่งก่อเกิดรวมหนึ่ง การฝึกหุนหยวนจวงในมวยสิ่งอี้ เริ่มต้นฝึกผ่อนคลาย ขจัดความคิดสับสน สำรวมจิตสำนึกและจิตวิญญาณ ปรับการหายใจ ขั้นกลางฝึกใช้จิตสำนึกนำไอพลังทะลวงผ่านจิงลั่วทั่วทั้ง ร่าง ขั้นสูงรวมจิตชุมวิญญาณเข้าสู่ทางธรรม รวมฟ้าผสานดิน เอาความคิดเข้าภายในสัมผัสด้วยตัวเอง ไอพลังภายในแลกเปลี่ยนภายนอกทะลวงถึงทั่วทั้งหมด ดังนี้ พลังภายในภายนอกเต็มเปี่ยม เลือดลมหมุนเวียนเปลี่ยนคล่อง ร่างกายแข็งแรงจิตใจเข้มแข็ง พลังจึงถึงพร้อมสมบูรณ์
***ปล.อย่าโวยว่ารูปไม่เกี่ยวข้องนะครับ ในรูปอ่ะ มันเขียนว่า "หุนหยวน" ชัดๆครับ
หุนหยวนจวง
ประวัติปาจี๋เฉวียน
ปาจี๋เฉวียน มีถิ่นกำเนิดในมลฑลเหอเป่ย อำเภอชาง ตำบลตงหนาน ในท้องถิ่นเรียนมวยนี้ว่าปาจื่อเฉวียน
เนื่อง จากทางภาคเหนือของจีนคำว่าปาจื่อออกเสียงเดียวกับคำว่าปาจื่อที่แปลว่า จอบ(มีตัวจินอยู่ข้างหน้า) บางครั้งก็ใช้ปาจื่อเป็นตัวย่อของปาจื่อ(จอบ) เนื่องจากเขียนง่ายกว่า ดังนั้นจริงๆแล้วชื่อเดิมคือปาจื่อเฉวียน(มวยจอบ) และชื่อมวยจอบนั้นชื่อมาจากรูปมือซึ่งการงอนิ้วทำมือเป็นรูปจอบซึ่งใช้ขุดดินทางภาคเหนือ
อี้เสวี่ยพื้นฐานว่าด้วย “กว้า”
ในขั้นตอนของหลักแห่งอี้เสวี่ยนั้นเริ่มจาก “ไท่จี๋เกิดสองขั้ว สองขั้วเกิดสี่ลักษณ์” ในบทนี้ก็คงต้องมาว่าด้วย “สี่ลักษณ์เกิดปากว้า(กว้าทั้งแปด)”
สี่ลักษณ์นั้นคือลักษณะการเปลี่ยนแปลงของหยินและหยาง แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงกับกลายของสองขั้ว ยามเมื่อขั้นนึงไปถึงที่สุดก็ต้องลดลงกลายไปสู่อีกขั้ว ดังเช่นฤดูทั้งสี่ ดังนี้
ฤดูหนาวเป็นไท่หยิน และเมื่อหยินมาถึงที่สุดนั้นหยางจึงก่อเกิดเป็นเส้าหยางหรือหยางพร่องเปรียบ ดั่งฤดูใบไม้ผลิ และเมื่อหยางเติบโตขึ้นถึงที่สุดเป็นไท่หยางดั่งฤดูร้อน และเมื่อหยางถึงที่สุดมันย่อมกลายกลับเกิดหยินขึ้นมาแทนเป็นเส้าหยินหรือ หยินพร่องอันเปรียบกับฤดูใบไม้ร่วงนั่นเอง
และเมื่อลักษณ์ทั้งสี่นี้ได้รวมเข้ากับเส้นหยิน-หยางเข้าไปอีกเพื่อเพิ่มคุณสมบัติภายในสัญลักษณ์ขึ้นมา ก็จะกำเนิด “กว้า” ขึ้นมา
การใช้เอวเพื่อแรงภายใน โดย เหม่ย หยิง เชิง (MD)
ไทจี๋ฉวนให้ความสำคัญกับ “ใช้จิตเคลื่อนเป็นอันดับแรก ก่อเกิดความเคลื่อนไหวของร่างกาย แสดงออกเป็นท่าร่าง” นี่เป็นการรวมเข้าด้วยกันของ จิตวิญญาณ(เสิน) เจตจำนง(อี้) พลังงายภายใน(ชี่) และร่างกาย เพื่อแสดงออกถึงศิลปะการต่อสู้ขั้นสูง
อ.หลิวหยุว์นเฉียว
หลิวหยุว์นเฉียว ชื่อรองเซี่ยวเฉิน กำเนิดในมลฑลเหอเป่ย เขตชางโจว ซึ่งเป็นแหล่งวิทยายุทธ์นับแต่โบราณ คนคุ้มภัยในใต้เจ็ดเหนือหกรวมสิบสามมลฑล มีหลักอยู่ข้อหนึ่งว่า ” คุ้มภัยผ่านชางโจวไม่ป่าวร้อง ” เพื่อแสดงความนับถือ บ้าน อ.หลิวฐานะดี แต่ท่าน อ.หลิวในวัยเด็กสุขภาพไม่แข็งแรง ทั้งร่างผอมเหลือกระดูก ส่วนท้องป่องโพง บิดาของท่านจึงได้เชิญ อ.จางเย่าถิง ที่มีชื่อเสียงมารักษา ทุกวันใช้ชี่นวดกายภายใน ครึ่งปีกว่าท้องก็ยุบลง หลังหนึ่งปี เริ่มมีกล้ามเนื้อ บิดา อ.หลิว จึงยกท่านให้ อ.จางเย่าถิง ดูแล หลังอายุห้าขวบ อ.หลิวจึงเริ่มฝึกมวย หมีจงเฉวียน จาก อ.จาง(หมีจงเฉวียน หรือมวยหมีจง มาจาก เยี่ยนชิงเฉวียน เนื่องจากมวยเยี่ยนชิงไม่รู้ต้นกำเนิดที่มา จึงเรียกว่าหมีจง ซึ่งหมายถึง หลงจากต้นกำเนิด อีกเหตุผลคือ ท่าร่างแปลกประหลาด จึงเรียกว่าหมีจง ซึ่งแปลว่า ลึกลับไร้ร่องรอย ซึ่งต่อมามวยนี้ได้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างยิ่งจากท่าน ฮั่วหยวนเจี๋ย)
บทความ อื่นๆ ...
จากเรา
สวัสดีครับ เป็นการพบกันอีกครั้งหลังจากที่เว็บเดิมคือเว็บเซี่ยวเฉิน xiaochenmen.com ได้ร้างลาหายไปตามกาลเวลา แต่หลังจากผ่านเวลามาพักใหญ่พบว่าแหล่งความรู้ในแวดวงมวยจีนเริ่มซบเซาลง เรื่อยๆ เว็บส่วนใหญ่ก็ล้มหายตายจากกันไป เว็บเบอร์ดที่มีอยู่ส่วนใหญ่ก็เงียบกันหมด ผมเองก็เลยคิดว่าจะทำเว็บขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้กับผู้สนใจขึ้นมาอีกครั้ง
ในครั้งนี้ก็ยังเหมือนเดิมคือผมใช้ชื่อสำนักเป็นชื่อเว็บ แต่ก็ยังเน้นที่การนำเสนอเนื้อหาสาระและความรู้เป็นหลัก ดังนั้นเว็บเราจึงเปิดกว้างสำหรับศาสตร์วิชาและศิลปะการต่อสู้ทุกแขนง แต่ที่แตกต่างในครั้งนี้คือความรู้ทั้งหมดจะกว้างขึ้นมากคือครอบคลุมไปถึง ความรู้ด้านศาสตร์วิชาอื่นๆที่อิงอยู่บนพื้นฐานวัฒนธรรมเดียวกัน เพื่อความเข้าใจในพื้นฐานและจุดร่วมของศาสตร์วิชาต่างๆให้มากขึ้นครับ
อีกอย่างที่เปลี่ยนไปคือชื่อสำนักหรือชื่อเว็บซึ่งผมได้เปลี่ยนเป็นเฉียนอู่เหมิน ใจจริงผมอยากใช้คำว่าเสวียฮุ่ยหรือศูนย์ศึกษามากกว่าคำว่าเหมินซึ่งสื่อถึงความหมายว่าสำนัก แต่ว่าจดโดเมนแล้วมันยาวยุ่งยาก เลยเอาชื่อเฉียนอู่เหมินไปเลย
ส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อสำนักนั้น เนื่องจากหลายสิ่งหลายอย่างที่เปลี่ยนไป จากชื่อสำนักที่ตั้งโดยความสะใจส่วนตัว ก็คิดว่าควรจะใช้ชื่อที่เป็นทางการและดูจะเป็นชื่อสำนักหรือศูนย์วิชาจริงๆจะดีกว่า แต่อย่างไรก็ตามกับศิษย์ในรุ่นเก่าแล้วเราก็ยังคือสมาชิกเซี่ยวเฉินดั้งเดิมอยู่ตลอดไป
ชื่อเฉียนอู่นั้น "เฉียน" หมายถึงฉักกะลักษณ์ฟ้าในอี้จิง ซึ่งหมายถึงความเข้มแข็ง การเติบโต และการสร้างสรรค์ จึงใช้คำนี้แทนความหมายถึงการวิวัฒน์และความเข้มแข็งรวมทั้งสื่อความหมายถึงวิชาอภิปรัชญาที่ศึกษากันในสำนักอย่างอี้จิงอีกด้วย ส่วน "อู่" นั้นหมายถึงวิชาการต่อสู้ซึ่งก็คือศาสตร์วิชาหลักของสำนักเรา ดังนั้นจึงใช้ชื่อเฉียนอู่นี้เป็นชื่อที่ใช้อย่างเป็นทางการต่อไป
ก็หวังว่าการกลับมาของเว็บเราในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจในศาสตร์วิชาความรู้ต่างๆที่เราได้ลงไว้ สำหรับช่วงแรกนั้นจะนำเอาบทความจากเว็บเดิมทะยอยลงสลับกับบทความใหม่ๆก่อน แล้วจากนั้นจะค่อยเพิ่มเติมเนื้อหาต่อไปเรื่อยๆ ช่วงแรกนี้จะอัพเดททุกวันแน่นอน และจะพยายามอัพเดทบ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
ขอบคุณครับ
เหลียง
ไท่จี๋นั้นอู๋จี๋ให้กำเนิด เป็นมารดาแห่งหยิน - หยาง เอย
เมื่อเคลื่อนก็แยกออก ครั้นนิ่งก็รวมเข้า
รูปลักษณ์ดังหงส์โฉบกระต่าย วิญญาณดังแมวจับหนู
สงบนิ่งดังขุนเขา เคลื่อนไหวราวสายธารา
สะสมพลังเสมือนน้าวคันธนู ส่งพลังดุจปล่อยลูกศร




